วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บันทึกลับเจ้าสาวในอนาคต

มีใครเคยบอกคุณหรือเปล่าว่าบันทึกลับของผู้หญิงน่ะสุดยอดไปเลย ผมเจอเข้ากับตัวเองก็เมื่อวานเย็นนี่ล่ะ เอาเป็นว่าเจ้าสาวในอนาคตของผมเป็นคนที่ค่อนข้างประหลาดใช้ได้ ตอนแรกผมก็แอบขำในความเซ็กซี่ใสๆของเธอ เลยเข้าไปทำความรู้จัก อันที่จริงเธอก็ไม่ค่อยอยากจะรู้จักผมมากซักเท่าไหร่ แต่ผมชอบรุก.. แล้วเธอก็คงเป็นผู้หญิงที่.. ค่อนข้างมีน้ำใจ เธอเลยยอมให้ผมมาพูดคุยเล่นได้ แต่ก็ไม่ได้สนิท
เพราะอะไรไม่รู้ อาจจะเป็นช่วงเข้าเบญจเพส วันนึงผมก็ปรารภกับกลุ่มเพื่อนชายโสดว่า “เธอต้องเป็นแม่ของลูก” แค่นั้นก็มีงานเข้ามารายล้อมผมมากมาย ผมอยากเจอเธอมากขึ้น เพ้อและฝันถึงเธอในยามที่อารมณ์ดี เจ้าพวกเดอะแก๊งก็พยายามเชียร์ผมให้ถึงที่สุด เป็นที่รู้ๆกันอยู่ทั่วออฟฟิศว่า “เธอไม่มีแฟน” และ “ผู้หญิงคนนี้ของข้า ใครอย่าแตะ”
หลงระเริงคิดว่าแน่  วันนึงเหมือนเธอจะรู้ตัวว่าผมแอบชอบ (อันที่จริงผมก็เที่ยวพูดไปทั่วว่าชอบเธอ) เราคุยกันไม่กี่ประโยค แต่เป็นช่วงเวลาที่หัวใจผมพองโต เพราะผมไม่ค่อยอยากไปรบกวนเวลาเธอมากเท่าไหร่ (เธอเป็นคนที่จริงจังกับงานมาก 5555) หลังจากที่เราจากกัน ผมกลับ text ข้อความแสดงความคิดเห็นบางอย่างให้เธอ มันเป็นมุมมืดในใจผมก็ว่าได้ แน่นอน เธอไม่ตอบ (ผมบอกแล้วว่าเธอน่ะประหลาด) เธอทำผมงงเล็กน้อย แต่ผมก็ไม่คิดอะไรมากเพราะเจ้าสาวไม่ได้มีคนเดียวในโลก นั่นคือสิ่งที่ผมคิดตอนนั้น
โอเค เข้าเรื่องเลย เมื่อวานเย็น ความจริงคือดึก ผมทำโอทีเล็กน้อยจะได้มีเงินสร้างห้องหอเร็วๆ (ฮา) ผมเดินไปเฉียดโต๊ะทำงานของเธอแล้วผมก็พบสมุดเล่มหนึ่งวางอยู่ เชื่อสิว่ามันไม่ปกติ ไม่งั้นผมคงไม่หยิบมันมาเปิดดู ผมแอบคิดว่า “เธอตั้งใจวางทิ้งไว้หรือเปล่านะ?” ผมเปิดผ่านๆ เพราะเธอไม่ค่อยเขียนความลับอะไรลงไป ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นนี่คงเอาเรื่องไปขายทำละครได้หลายตังค์ละ ผมเปิดไปเจอหน้าหนึ่งของเมื่อปีที่แล้ว มีชื่อผู้ชายคนหนึ่งอยู่ แล้วเธอก็บอกว่ากำลังคิดถึงผู้ชายคนนั้น หลังจากนั้นก็มีความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กน่ารักตามมาเป็นขบวน มันไม่ได้ถึงขั้นนั้น แต่เป็นขั้นที่ผมไม่เคยนึกมาก่อนว่าเจ้าสาวของผมจะมี เค้าเรียกว่าอะไรนะ ช่วงเวลาแบบนี้..
ผมปิดสมุดเล่มนั้น ออกจากออฟฟิศ ตรงไปสถานเริงรมย์ หาเพื่อนย้อมใจมากลมหนึ่ง ซักพักรุ่นน้องที่ทำงานก็โทรมาหาผม มันบอกว่าแม่โทรหาผมแล้วผมไม่รับ เออจริง สงสัยตอนนั้นอยู่ที่เสียงดัง พอมันรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน มันก็รีบบึ่งมาทันที มันงงว่าทำไมผมถึงมากินเหล้าแบบนี้ ผมบอกว่าเจ้าสาวของผมมีแฟนแล้ว มันถามผมว่าผมรู้ได้ไง ผมไม่บอกตามตรงแต่เอาเป็นว่ารู้ละกัน ไอรุ่นน้องคนนี้เป็นรุ่นน้องมหาลัยเดียวกับเจ้าสาวของผม มันก็ดูเจ้ากี้เจ้าการดีตอนที่ผมเที่ยวประกาศว่าจะเอาเธอมาเป็นเจ้าสาวให้ได้
“พี่เค้าเลิกกันแล้ว ตอนนี้พี่เค้าโสด นั่นมันนานมากแล้วนะ”
“เออ แต่ในใจเค้าคงยังไม่จบหวะ ใครๆดูก็รู้ ยกเว้นควายตัวนึง ไม่น่าเลยหวะ ทำไมไม่บอกก่อนวะว่าเค้ามีแฟนแล้วอะ” ผมเริ่มเมาและบ่น
“ก็ผมนึกว่าพี่รู้แล้วหนิ” มันคีบถั่วมาเคี้ยวเล่น
“ไม่รู้อะไรเลยโว่ยยยยยย แม่งเอ๊ยยยย ทำไมวะ เจ้าสาวคนเดียว” ผมทุบโต๊ะ
“แต่พี่เค้าเคยบอกผมนะว่าไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้เค้าโสดสนิท”
“ฮะฮ่า! หมดสิทธิ์ โสดแต่ในใจไม่โสด” ผมง่วงมากตอนนั้น
แล้วมันคงมาส่งผมถึงบ้าน ตอนเช้าผมไปทำงานด้วยสภาพคนโทรม ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน ผมเห็นเธอ เจ้าสาวคนเดียวในอนาคต เธอนั่งถือสมุดบันทึกเจ้ากรรมเมื่อคืนนี้ พอผมเปิดประตูกระจกเข้าไป เธอก็หันมามองผมนิดๆด้วยสายตาปกติ ไม่ได้ทักอะไร แล้วเธอก็ลูบหน้าปกสมุดบันทึกนั่น ก่อนที่จะลุกไปทำธุระที่อื่น
ผมเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน กระดาษหนึ่งแผ่น ดินสอหนึ่งแท่ง ใจเหี่ยวๆหนึ่งดวง นั่งคิดถึงบาปที่ก่อ ผมไปหลงรักผู้หญิงที่มีคู่แล้วหรือนี่?  ผมคงทำร้ายจิตใจเธอมาก ผมรู้ว่าใจของเธอมันไม่มีที่ว่างให้ชายคนไหนอีกแล้ว คำตอบทุกอย่างผมรู้แล้ว น่าจะถึงเวลาที่ผมจะตัดสินใจแสดงความเป็นลูกผู้ชายออกมาเสียที
 ก่อนที่เพื่อนชายโสดจะมาถึงให้ผมเล่าความลับนี้ให้ฟัง ผมก็เดินไปห้องบอส และขอลาออกโดยไม่รับเงินชดเชย..