จุดหมายของข้าพเจ้า มิได้อยู่ ณ ปลายทาง
วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555
เลิกคิดถึง
เข้าใจว่าการเลิกติดต่อจะช่วยให้เลิกรักเธอ เข้าใจว่าการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวจะทำให้เลิกคิดถึง
เป็นการเข้าใจผิดทั้งนั้น
มีทางเดียวที่ข้าพเจ้าจะเลิกคิดถึงเธอได้คือเลิกชอบเธอ
มีทางเดียวที่จะเลิกชอบเธอได้คือ ต้องเกลียดเธอ
แต่ไม่มีวันที่ข้าพเจ้าจะเกลียดเธอ
วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555
บันทึกลับเจ้าสาวในอนาคต
มีใครเคยบอกคุณหรือเปล่าว่าบันทึกลับของผู้หญิงน่ะสุดยอดไปเลย ผมเจอเข้ากับตัวเองก็เมื่อวานเย็นนี่ล่ะ เอาเป็นว่าเจ้าสาวในอนาคตของผมเป็นคนที่ค่อนข้างประหลาดใช้ได้ ตอนแรกผมก็แอบขำในความเซ็กซี่ใสๆของเธอ เลยเข้าไปทำความรู้จัก อันที่จริงเธอก็ไม่ค่อยอยากจะรู้จักผมมากซักเท่าไหร่ แต่ผมชอบรุก.. แล้วเธอก็คงเป็นผู้หญิงที่.. ค่อนข้างมีน้ำใจ เธอเลยยอมให้ผมมาพูดคุยเล่นได้ แต่ก็ไม่ได้สนิท
เพราะอะไรไม่รู้ อาจจะเป็นช่วงเข้าเบญจเพส วันนึงผมก็ปรารภกับกลุ่มเพื่อนชายโสดว่า “เธอต้องเป็นแม่ของลูก” แค่นั้นก็มีงานเข้ามารายล้อมผมมากมาย ผมอยากเจอเธอมากขึ้น เพ้อและฝันถึงเธอในยามที่อารมณ์ดี เจ้าพวกเดอะแก๊งก็พยายามเชียร์ผมให้ถึงที่สุด เป็นที่รู้ๆกันอยู่ทั่วออฟฟิศว่า “เธอไม่มีแฟน” และ “ผู้หญิงคนนี้ของข้า ใครอย่าแตะ”
หลงระเริงคิดว่าแน่ วันนึงเหมือนเธอจะรู้ตัวว่าผมแอบชอบ (อันที่จริงผมก็เที่ยวพูดไปทั่วว่าชอบเธอ) เราคุยกันไม่กี่ประโยค แต่เป็นช่วงเวลาที่หัวใจผมพองโต เพราะผมไม่ค่อยอยากไปรบกวนเวลาเธอมากเท่าไหร่ (เธอเป็นคนที่จริงจังกับงานมาก 5555) หลังจากที่เราจากกัน ผมกลับ text ข้อความแสดงความคิดเห็นบางอย่างให้เธอ มันเป็นมุมมืดในใจผมก็ว่าได้ แน่นอน เธอไม่ตอบ (ผมบอกแล้วว่าเธอน่ะประหลาด) เธอทำผมงงเล็กน้อย แต่ผมก็ไม่คิดอะไรมากเพราะเจ้าสาวไม่ได้มีคนเดียวในโลก นั่นคือสิ่งที่ผมคิดตอนนั้น
โอเค เข้าเรื่องเลย เมื่อวานเย็น ความจริงคือดึก ผมทำโอทีเล็กน้อยจะได้มีเงินสร้างห้องหอเร็วๆ (ฮา) ผมเดินไปเฉียดโต๊ะทำงานของเธอแล้วผมก็พบสมุดเล่มหนึ่งวางอยู่ เชื่อสิว่ามันไม่ปกติ ไม่งั้นผมคงไม่หยิบมันมาเปิดดู ผมแอบคิดว่า “เธอตั้งใจวางทิ้งไว้หรือเปล่านะ?” ผมเปิดผ่านๆ เพราะเธอไม่ค่อยเขียนความลับอะไรลงไป ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นนี่คงเอาเรื่องไปขายทำละครได้หลายตังค์ละ ผมเปิดไปเจอหน้าหนึ่งของเมื่อปีที่แล้ว มีชื่อผู้ชายคนหนึ่งอยู่ แล้วเธอก็บอกว่ากำลังคิดถึงผู้ชายคนนั้น หลังจากนั้นก็มีความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กน่ารักตามมาเป็นขบวน มันไม่ได้ถึงขั้นนั้น แต่เป็นขั้นที่ผมไม่เคยนึกมาก่อนว่าเจ้าสาวของผมจะมี เค้าเรียกว่าอะไรนะ ช่วงเวลาแบบนี้..
ผมปิดสมุดเล่มนั้น ออกจากออฟฟิศ ตรงไปสถานเริงรมย์ หาเพื่อนย้อมใจมากลมหนึ่ง ซักพักรุ่นน้องที่ทำงานก็โทรมาหาผม มันบอกว่าแม่โทรหาผมแล้วผมไม่รับ เออจริง สงสัยตอนนั้นอยู่ที่เสียงดัง พอมันรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน มันก็รีบบึ่งมาทันที มันงงว่าทำไมผมถึงมากินเหล้าแบบนี้ ผมบอกว่าเจ้าสาวของผมมีแฟนแล้ว มันถามผมว่าผมรู้ได้ไง ผมไม่บอกตามตรงแต่เอาเป็นว่ารู้ละกัน ไอรุ่นน้องคนนี้เป็นรุ่นน้องมหาลัยเดียวกับเจ้าสาวของผม มันก็ดูเจ้ากี้เจ้าการดีตอนที่ผมเที่ยวประกาศว่าจะเอาเธอมาเป็นเจ้าสาวให้ได้
“พี่เค้าเลิกกันแล้ว ตอนนี้พี่เค้าโสด นั่นมันนานมากแล้วนะ”
“เออ แต่ในใจเค้าคงยังไม่จบหวะ ใครๆดูก็รู้ ยกเว้นควายตัวนึง ไม่น่าเลยหวะ ทำไมไม่บอกก่อนวะว่าเค้ามีแฟนแล้วอะ” ผมเริ่มเมาและบ่น
“ก็ผมนึกว่าพี่รู้แล้วหนิ” มันคีบถั่วมาเคี้ยวเล่น
“ไม่รู้อะไรเลยโว่ยยยยยย แม่งเอ๊ยยยย ทำไมวะ เจ้าสาวคนเดียว” ผมทุบโต๊ะ
“แต่พี่เค้าเคยบอกผมนะว่าไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้เค้าโสดสนิท”
“ฮะฮ่า! หมดสิทธิ์ โสดแต่ในใจไม่โสด” ผมง่วงมากตอนนั้น
แล้วมันคงมาส่งผมถึงบ้าน ตอนเช้าผมไปทำงานด้วยสภาพคนโทรม ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน ผมเห็นเธอ เจ้าสาวคนเดียวในอนาคต เธอนั่งถือสมุดบันทึกเจ้ากรรมเมื่อคืนนี้ พอผมเปิดประตูกระจกเข้าไป เธอก็หันมามองผมนิดๆด้วยสายตาปกติ ไม่ได้ทักอะไร แล้วเธอก็ลูบหน้าปกสมุดบันทึกนั่น ก่อนที่จะลุกไปทำธุระที่อื่น
ผมเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน กระดาษหนึ่งแผ่น ดินสอหนึ่งแท่ง ใจเหี่ยวๆหนึ่งดวง นั่งคิดถึงบาปที่ก่อ ผมไปหลงรักผู้หญิงที่มีคู่แล้วหรือนี่? ผมคงทำร้ายจิตใจเธอมาก ผมรู้ว่าใจของเธอมันไม่มีที่ว่างให้ชายคนไหนอีกแล้ว คำตอบทุกอย่างผมรู้แล้ว น่าจะถึงเวลาที่ผมจะตัดสินใจแสดงความเป็นลูกผู้ชายออกมาเสียที
ก่อนที่เพื่อนชายโสดจะมาถึงให้ผมเล่าความลับนี้ให้ฟัง ผมก็เดินไปห้องบอส และขอลาออกโดยไม่รับเงินชดเชย..
วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
และแล้ว
และแล้ววันที่ข้าพเจ้าหวาดกลัวก็มาถึง
ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรน่ากลัว
กลัวไปเองทำให้วิตก
ตกใจ พร่ำเพ้อ
เพ้อเจออยู่นานวัน
วันนี้ก็ขอให้เธอโชคดี
ดีกว่าที่เคยได้รับ
รับรองว่าข้าพเจ้าจะคอยติดตาม
ตามเธอไป
ไปจนกว่าเธอจะสั่งให้ข้าพเจ้าลา
:-)
ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรน่ากลัว
กลัวไปเองทำให้วิตก
ตกใจ พร่ำเพ้อ
เพ้อเจออยู่นานวัน
วันนี้ก็ขอให้เธอโชคดี
ดีกว่าที่เคยได้รับ
รับรองว่าข้าพเจ้าจะคอยติดตาม
ตามเธอไป
ไปจนกว่าเธอจะสั่งให้ข้าพเจ้าลา
:-)
วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ชั่วข้ามคืน
ความสุขแค่ชั่วข้ามคืน เหมือนอย่างคนได้เสพยาอีกครั้งหลังจากที่พอกความโหยหาอาดูรไว้เป็นแรมปี
อา.. รสรักที่ได้ลิ้มชิมชมช่างหอมหวานดังน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบหญ้ายามตะวันเริ่มส่องแสงยามเช้า
สดใส ฉ่ำเย็น ดับกระหายใคร่รักดีนัก
นิดหนึ่งของกระษัยบรรเทาบาดแผลในหัวใจได้เป็นอย่างดี ยารักเพียงหนึ่งองคุลีนี้ช่างร้อนแรง
ร้อนแรงและฝังรากลึกลงในกมล..
วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
เธอกำลังจะไป..
ข้าพเจ้าเฝ้านึกถึงการจากไปในอนาคตของเธอทุกวัน ยิ่งคิดยิ่งทุกข์ ยิ่งท้อ ยิ่งทำให้ล้มเหลว
ข้าพเจ้าล้มเหลวในขณะที่เธอประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าทำอะไรไม่ได้นอกจากแสดงความยินดีในใจ และอวยพรให้เธอพบกับอนาคตที่เจริญงอกงามและสุกสว่างดังดาวบนนภายามราตรี
ข้าพเจ้าปฏิเสธไม่ได้ว่าการได้พบเธอนั้นทำให้โลกของข้าพเจ้ากว้างใหญ่มากขึ้น เธอเปิดโลกทัศน์ เธอทำให้ข้าพเจ้าค้นพบสิ่งใหม่ๆ สิ่งแปลกๆ และสวยงาม เธอทำให้ข้าพเจ้ากล้าทำในสิ่งที่ปกติแล้วข้าพเจ้าไม่เคยคิดจะทำ หรือบางครั้งก็เคยคิดจะสร้างมันขึ้นมาแต่ไม่มีความกล้ามากพอ
ความรักระเบิดทุกสิ่งในใจของท่านได้ ขอได้โปรดเชื่อข้าพเจ้าในความจริงข้อนี้ โดยเฉพาะในจิตใจของผู้ที่ไม่เคยมีรัก
ความรักไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าทุกข์ แต่การจากลาต่างหากที่เป็นต้นเหตุ ข้าพเจ้าควรหยุดนึกถึงเรื่องนี้จริงๆหรือ? ข้าพเจ้าเคยทำได้จนกระทั่งเวลานับถอยหลังกลายเป็นว่าเหลืออีกเพียงหนึ่งสัปดาห์
ตอนนี้ในใจของข้าพเจ้ารุ่มร้อน ยังไม่รู้ว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้สติของข้าพเจ้าจะหลุดลอยไปที่ใดหรือเปล่า หากใจของข้าพเจ้ายึดติดอยู่กับเธอ ตามเธอไป ข้าพเจ้าก็จะไม่อาจสร้างอนาคตของตัวเองได้
ข้าพเจ้ารู้ดี แต่ก็ยังคงพอใจที่จะเสพติดความรัก หรือบางทีอาจเป็นเพียงความหลง หลงไปในสิ่งที่เธอแสดงออกมาทั้งหมด
ร่างกายของข้าพเจ้ากำลังทรุดโทรมเพราะพิษไข้ ใจของข้าพเจ้าก็กำลังแตกสลายเพราะพิษรัก
และก่อนที่เธอจะจากไป ข้าพเจ้าอยากให้เธอรับรู้สักครั้งว่า ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณในน้ำใจของเธอที่ยอมให้ข้าพเจ้าได้รัก
วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
คนเหนือดวง
ข้าพเจ้ามิอาจเป็นคนเหนือดวงได้อีกต่อไปเมื่อได้เจอเธอ..
คุณอาจจะสงสัยว่า”คนเหนือดวง”คืออะไร ข้าพเจ้าขอนิยามแก่มันว่า คนเหนือดวง คือ คนที่ไม่สะทกสะท้านเมื่อมีเหตุการณ์ใดๆมากระทบ สามารถใช่ชีวิตให้เป็นปกติสุขได้โดยที่อารมณ์ไม่ขุ่นมัว ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนเย็นชา แต่เขาคือคนที่สามารถควบคุมอารมณ์ไม่ให้แปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และสภาวะรอบกายที่มารุมเร้า
แสดงว่าข้าพเจ้าเป็นคนเหนือดวง?
ใช่ แต่นั่นมันก่อนที่ข้าพเจ้าจะได้พบเธอ..
หากได้หลงรักใครสักคน หลงไปกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ยากนักที่ยับยั้งใจให้เป็นปกติได้
แต่คนเหนือดวงทำได้
ข้าพเจ้าหลงรักเธอ หลงไปกับสิ่งที่เธอแสดงให้เห็นอยู่ตรงหน้า หลงจนไม่อาจรั้งสติเอาไว้ได้ ทั้งหมดนี่แปลว่าความเป็นคนเหนือดวงของข้าพเจ้าสิ้นสุดลง
บางครั้ง เสน่ห์เล็กๆน้อยๆของคนคนหนึ่งก็สามารถเข้ามาสะกิดปมความอ่อนไหวของคนอีกคนได้อย่างง่ายดาย
บางครั้ง เสน่ห์เล็กๆน้อยๆของคนคนหนึ่งก็สามารถเข้ามาสะกิดปมความอ่อนไหวของคนอีกคนได้อย่างง่ายดาย
ทำลายความแข็งแกร่งของจิตใจ พังความเป็นคนเหนือดวงให้ย่อยยับหมดสิ้น..
วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
คิดถึงใครกัน?
ใครหรือ? เธอหรือ?
"หมดละ ร่วงหมดต้น ไม่เหลือให้เก็บไว้โดนทับในหน้า
หนังสือ ร่วงบนถนน โดนคนเหยียบเละ ดิฉันขี้ขลาดเลยไม่กล้าปีนขึ้นไ ปเก็บจากบนต้น ก่อนหน้านี้ดิฉันรออะไร ทำไมไม่รีบเก็บมันมา ตลอดหนึ่งเดือนที่ผลิดอกสวยสดเป็นสง่า ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตลอดแนวถนนที่ได้ย่างผ่าน
ทั้งๆที่มันสวยมาก ทั้งที่มันมีความหมาย ทั้งๆที่มันมีคุณค่าทางจิตใจในช่วงเวลานี้ ในปีนี้ ฤดูนี้ กับความรู้สึกแบบนี้
..ทั้งๆที่มันคือเธอ
ตอนนั้นดิฉันรออะไรอยู่? กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ดิฉันต้อง รอ?"
"หมดละ ร่วงหมดต้น ไม่เหลือให้เก็บไว้โดนทับในหน้า
ทั้งๆที่มันสวยมาก ทั้งที่มันมีความหมาย ทั้งๆที่มันมีคุณค่าทางจิตใจในช่วงเวลานี้ ในปีนี้ ฤดูนี้ กับความรู้สึกแบบนี้
..ทั้งๆที่มันคือเธอ
ตอนนั้นดิฉันรออะไรอยู่? กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ดิฉันต้อง
เธอรอเขา คือเธอคิดถึงเขา?
เธอคิดถึงใครกัน ใครกันที่เธอคิดถึงอยู่ตอนนี้?
แล้วเธอจะเลิกคิดถึงเขาไหม?
เธอจะคิดถึงเขาได้นานสักเท่าไร?
เธอจะคิดถึงเขาไปเพื่ออะไร ถ้ามันทำให้เธอทุกข์..
สงสารสาวน้อยช่างจินตนาการ ขออวยพรให้เธอกล้าเผชิญกับความเป็นจริงที่อาจจะทำลายหัวใจเธอ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)